13 เหล่าสตรีที่มีอิทธิพลเเละบทบาทสำคัญในวงการเเฟชั่น – L’Officiel Thailand

เฉลิมฉลองครบรอบ 13 ปี ลอฟฟีเซียลรวม 13 เหล่าสตรีที่มีอิทธิพลเเละบทบาทสำคัญในวงการเเฟชั่น ทั้งในฐานะดีไซเนอร์ ศิลปิน นักร้อง เเละนักเขียน
Coco Chanel: ไร้กาลเวลา
“ แฟชั่นจางหายไปสไตล์เท่านั้นยังคงเหมือนเดิม”
Coco Chanel ผู้ก่อตั้งเเบรนด์ Chanel ได้เปลี่ยนโฉมวงการแฟชั่นด้วยการแทนที่เสื้อผ้ารัดรูปเป็นดีไซน์ที่สง่างามและสวมใส่สบายอย่าง Chanel Suit (1925) มอบความคล่องตัวและความหรูหราให้กับเสื้อผ้าผู้หญิง ขณะที่ Little Black Dress (1926) กลายเป็นไอเท็มคลาสสิกตลอดกาล การใช้ผ้าเจอร์ซีย์ในเสื้อผ้าสตรีช่วยเน้นความสะดวกสบายโดยไม่ลดทอนสไตล์ อีกทั้งเธอยังปฏิวัติน้ำหอมด้วย Chanel No. 5 (1921) ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ทำให้ชาแนลเป็นตำนานแห่งความสง่างามเหนือกาลเวลาและการปลดปล่อยผู้หญิงผ่านแฟชั่น
Elsa Schiaparelli: Surrealism
“ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากแฟชั่นมักจะอุกอาจ”
Elsa Schiaparelli ไอคอนเเฟชั่นสไตล์ Avant Garde ปฏิวัติวงการแฟชั่นด้วยการผสานศิลปะเข้ากับ Haute Couture สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยจินตนาการ The Lobster Dress (1937) ซึ่งออกแบบร่วมกับ Salvador Dalí เปลี่ยนศิลปะเหนือจริงให้กลายเป็นแฟชั่นที่สวมใส่ได้ เธอยังสร้างสี Shocking Pink ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์และเป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์รุ่นหลัง นอกจากนี้ เสื้อถัก Trompe l’œil ของเธอยังใช้ภาพลวงตาเพื่อท้าทายความงามในรูปแบบดั้งเดิม ความคิดสร้างสรรค์ของ Schiaparelli ได้ปูทางให้กับนักออกแบบระดับตำนานอย่าง John Gallianoo และ Alexander Mcqueen
Miuccia Prada: เก๋ไก๋น่าเกลียด
“ ฉันคิดว่าสิ่งที่สวยงามน่าเกลียดและสิ่งที่น่าเกลียดสามารถสวยงามได้”
Miuccia Prada ปฏิวัติวงการแฟชั่นหรูด้วยการผสานความคิดล้ำสมัยเข้ากับนวัตกรรม เธอสร้าง Nylon Backpack (1984) ที่เปลี่ยนวัสดุอุตสาหกรรมให้กลายเป็นไอเท็มแฟชั่นระดับสูง ใน ยุค 1990s เธอนำเสนอ Prada’s minimalist aesthetic นิยามใหม่ของความหรูหราผ่านเส้นสายที่เรียบง่ายและความงามแบบมินิมอล ต่อมาเธอก่อตั้ง Miu Miu (1993) ซึ่งเป็นแบรนด์น้องที่แฝงความขบถและสนุกสนานต่างจาก Prada ที่จริงจัง นอกจากนี้ เธอยังบุกเบิกแนวคิด Ugly Chic ด้วยการผสมผสานสีสันที่ขัดแย้งกัน ซิลูเอตแปลกตา และวัสดุที่คาดไม่ถึง เปลี่ยนความประหลาดให้กลายเป็นแฟชั่นระดับสูง มุมมองที่แปลกใหม่ของเธอยังคงส่งอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นจนถึงปัจจุบัน
Rei Kawakubo: Avant Garde
“ มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะถามการประชุมถ้าเราไม่เสี่ยงใครจะเป็นใคร”
Rei Kawakobu ได้ปฏิวัติวงการแฟชั่นโดยการปฏิเสธความงามและการสวมใส่แบบดั้งเดิม คอลเลกชั่น ‘Lumps and Bumps’ (1997) ของเธอได้บิดเบือนรูปทรงของเรือนร่าง ซึ่งท้าทายรูปลักษณ์ตามแบบแผน ในปี 1980 เธอเป็นผู้บุกเบิก แฟชั่นที่แยกชิ้นส่วนและชุดสีดำ โดยการเน้นความไม่สมมาตร ขอบที่ดิบ และการตัดเย็บที่ไม่ธรรมดา นอกจากนี้เธอยังปฏิวัติการค้าปลีกด้วย Dover Street Market ที่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานแฟชั่น ศิลปะ และการค้าเข้าด้วยกัน วิสัยทัศน์อันแหวกแนวของ Rei Kawakobu ยังคงผลักดันขอบเขตของการออกแบบและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสร้างสรรค์ในแนว Avant Garde รุ่นต่อไป
Vivienne Westwood: พังค์
“ คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นมากถ้าคุณใส่เสื้อผ้าที่น่าประทับใจ”
Vivienne Westwood ผู้ก่อตั้งเเบรนด์ Vivienne Westwood ได้ปั้นแฟชั่นด้วยจิตวิญญาณที่ขบถและการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในปี 1970 เธอได้ร่วมงานกับ Sex Pistols ซึ่งนำเสนอเเฟชั่นพังค์เเละสตรีทสไตล์อย่าง เสื้อผ้าที่ขาด การใช้หมุดกลม เเละเสื้อยืดที่มีสโลกเเกน อีกทั้งยังมีคอลเลกชั่นสุดไอคอนิคที่ผสมผสานเเฟชั่นอังกฤษคลาสสิคกับด ไม่ว่าจะเป็น ‘Pirate’ (1981) และ ‘Anglomania’ (1993)
Donatella Versace: ความเย้ายวนใจ
“ ถ้าฉันสามารถแต่งตัวใครได้ฉันอยากจะแต่งตัวราชินี”
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ Versace ตั้งเเต่ปี 1997 จนถึง 2025 เธอได้เข้ารับตำเเหน่งต่อจากพี่ชายของเธอผู้ก่อตั้งเเบรนด์อย่าง Giannia Versace หลังจากที่เขาจากไปด้วยเหตุการณ์โศกนาฏกรรม และได้สร้างผลงานที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหราและกล้าหาญ เธอเป็นที่รู้จักจากการสร้างชุดที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นสำหรับงานพรมแดง เช่น The Jungle Dress ของ Jennifer Lopez ในงาน Grammy Awards 2000 เธอได้รักษามรดกของ Versace ไว้ในขณะเดียวกันได้ทำให้แบรนด์มีความโมเดิร์น เธอเป็นผู้สนับสนุนอย่างเข้มแข็งในเรื่องการเสริมพลังให้กับผู้หญิง และใช้แพลตฟอร์มของเธอในการยกระดับบทบาทของผู้หญิงทั้งในวงการแฟชั่นและนอกวงการ
Iris Van Herpen: Futuristician
“ ฉันพบความงามในการสร้างความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องซึ่งรวบรวมพลังดั้งเดิมของการแสดงของธรรมชาติอย่างชัดเจน”
ดีไซเนอร์แฟชั่นชาวดัตช์ที่มีชื่อเสียงจากการออกแบบแนวหน้า Avant-Garde และล้ำสมัย ที่ผลักดันขอบเขตของแฟชั่นและเทคโนโลยี เธอเป็นที่รู้จักในการผสมผสานฝีมือการทำงานแบบดั้งเดิมกับเทคนิคที่ทันสมัย เช่น การพิมพ์ 3D และการตัดเลเซอร์ พร้อมปฏิวัติวงการ Haute Couture ด้วยการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานในงานออกแบบ สร้างชุดที่เป็นนวัตกรรมที่เบลอเส้นแบ่งระหว่างแฟชั่นและศิลปะ คอลเลกชั่นของเธอมักได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เเละเทคโนโลยี นำเสนอแฟชั่นที่ยั่งยืน โดยการสำรวจวัสดุและเทคนิคใหม่ๆ ที่ลดขยะในขณะที่ยังคงสร้างผลงานออกแบบที่สวยงามและล้ำสมัย
Phoebe Philo: มินิมัลลิสต์
“ ฉันต้องการแสดงบุคลิกของฉันผ่านการออกแบบของฉันและไม่เปิดเผยตัวตนนอกอุตสาหกรรม”
นักออกแบบแฟชั่นชาวอังกฤษที่รู้จักกันดีจากการออกแบบสไตล์มินิมอล ในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ Céline (2008–2018) งานออกแบบของเธอมีลักษณะเฉพาะตัวด้วย เส้นสายที่เรียบง่าย สีโทนกลาง และวัสดุคุณภาพสูง ทำให้มินิมอลเป็นทั้งแฟชั่นที่หรูหราและทรงพลังสำหรับผู้หญิง การออกแบบของฟิโลเน้น ความสะดวกสบาย, ความสามารถในการสวมใส่ และ ความสง่างามที่ไม่ต้องพยายาม ซึ่งช่วยเปลี่ยนแปลงแฟชั่นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ หลังจากออกจาก Céline เธอได้ประกาศแผนการเปิดตัวแบรนด์ของตัวเอง Phoebe Philo ซึ่งจะยังคงส่งผลกระทบต่อแฟชั่นมินิมอลหรูหรา
Patti Smith: Androgynous
“ ไม่มีใครคาดหวังฉันทุกอย่างรอฉันอยู่”
ไอคอนสตรีนิยมในวงการแฟชั่นและวัฒนธรรม เป็นมากกว่าตำนานแห่งวงการดนตรี เจ้าของอัลบั้ม Horses (1975) ที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ เธอคือไอคอนสตรีนิยมที่ส่งอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นด้วยสไตล์ Androgynous) ที่ไม่ยึดติดกับเพศ เสื้อเบลเซอร์ตัวโคร่ง กางเกงยีนส์เก่า และผมยุ่งๆ ของเธอเป็นการท้าทายมาตรฐานความงามแบบดั้งเดิม พร้อมพิสูจน์ว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องแต่งตัวตามกรอบเพื่อทรงพลัง อิทธิพลของเธอไม่ได้หยุดที่เสื้อผ้า แต่ยังสะท้อนถึงการต่อสู้ในสังคมดนตรีที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เธอกล้าที่จะยืนหยัด ส่งเสียง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นหลังได้กล้าแสดงออกในแบบของตัวเอง นักออกแบบชื่อดังอย่าง Ann Demeulemeester และ Hedi Slimane ยกให้เธอเป็นมากกว่าแรงบันดาลใจ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพและการต่อต้านการครอบงำของสังคม
Debbie Harry: Punk Glam
“ คนเดียวที่ฉันเชื่อจริงๆคือฉัน”
นักร้องนำแห่ง Blondie ไม่เพียงปฏิวัติวงการดนตรี แต่ยังเป็นหนึ่งในไอคอนของโลกแฟชั่น สไตล์ของเธอคือการผสมผสานระหว่างความดิบของพังก์ ความหรูหราของร็อค และเสน่ห์แบบดิสโก้ ซึ่งกลายเป็นภาพจำของยุคปลาย 1970s และต้น 1980s ด้วยผมบลอนด์แพลตตินัมเเละโหนกแก้มคมชัด และความมั่นใจที่เปี่ยมล้นของเธอ ทำให้เธอเป็นตัวแทนของแฟชั่นที่ทั้งดิบและมีเสน่ห์ Debbie ผสมผสานเสื้อผ้าสไตล์ DIY ของพังก์ เช่น เสื้อยืดขาดๆ แจ็กเก็ตหนัง และถุงน่องตาข่าย เข้ากับความหรูหราของแฟชั่นชั้นสูง ตั้งเเต่ลุคจากเวทีดนตรีใต้ดิน CBGB ไปสู่แสงไฟระยิบระยับของ Studio 54 อีกทั้งยังมีดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Marc Jacobs, Alexander Wang และ John Galliano ต่างยกให้เธอเป็นแรงบันดาลใจในผลงานของพวกเขา
Frida Kahlo: Folkloric
“ ตกหลุมรักตัวเองด้วยชีวิตและจากนั้นใครก็ตามที่คุณต้องการ”
ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักจากศิลปะของเธอ แต่ยังมีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นด้วย โดดเด่นด้วยสไตล์ของเธอที่ใช้ เสื้อผ้าเม็กซิกันดั้งเดิม เครื่องประดับดอกไม้ และ เครื่องประดับที่ประณีต เป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมและอุดมการณ์เฟมินิสต์ของเธอ เธอได้ก้าวข้ามผ่านความงามแบบดั้งเดิม โดยผสมผสานความเป็นชายและหญิงเพื่อสร้างลุคที่ท้าทายบรรทัดฐานของสังคม อิทธิพลของเธอได้ส่งผลให้เหล่าดีไซเนอร์อย่าง Jean Paul Gaultier และ Riccardo Tisci ที่ได้แรงบันดาลใจจากแฟชั่นที่มีสีสันและการเล่นกับเพศ สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
Diane Pernet: โกธิคเก๋ไก๋
“ ฉันชอบที่จะสนับสนุนเพื่อเสริมสร้างความสามารถสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ”
นักข่าวแฟชั่น และผู้กำกับภาพยนตร์ ซึ่งรู้จักกันดีจากสไตล์ที่โดดเด่นและล้ำสมัยเเบบโกธิค การสวมเสื้อผ้าสีดำ แว่นกันแดดขนาดใหญ่ และสไตล์ Avant Garde รวมถึงบทบาทที่สำคัญในสื่อแฟชั่น เธอเป็นผู้สร้างบล็อกแฟชั่น A Shaded View on Fashion (ASVOF) ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการวิจารณ์แฟชั่น การถ่ายภาพ และวิดีโอแฟชั่น Diane ได้รับการยกย่องจากสายตาที่เฉียบคมในการค้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ และแฟชั่นที่ทันสมัย นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และได้กำกับสารคดีที่เกี่ยวกับแฟชั่นใน A Shaded View on Fashion Film Festival ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจในแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรม
เกรซโจนส์: ตัวหนา
“ ฉันแค่ก้าวไปข้างหน้าอย่าย้อนกลับที่รัก”
นักร้อง นักแสดง และนางแบบชาวจาไมกา-อเมริกันที่รู้จักกันดีจากสไตล์ Avant Garde เธอเป็นที่รู้จักในช่วงปี 1970 และ 1980 ในฐานะไอคอนทางดนตรี ผสมผสานแนวดนตรีอย่าง ดิสโก้ เเละฟังก์ นอกจากนี้โจนส์ยังได้รับการยกย่องจาก ลุค Androgynous ที่โดดเด่น ทั้งชุดที่มีเเพทเทิร์นเป็นทรงได้รูปเเบบเรขาคณิต เเละการแต่งหน้าจัดจ้าน ในวงการแฟชั่น Grace Jones ได้เป็นมิวส์ของดีไซเนอร์อย่าง Jean-Paul Gaultier และ Thierry Mugler ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ที่กล้าหาญของเธอ การเลือกแฟชั่นที่แข็งแกร่งและมีรูปทรงเหมือนประติมากรรม รวมถึงการปรากฏตัวในถ่ายภาพและการแสดงของเธอกลายเป็นเอกลักษณ์ของยุค 1980
อ่านบทความเพิ่มเติม:
13 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองในยามนี้
13 ผลงานไอคอนิกแห่งโลหแฟชั่น