ชวนคุณคุยกับ ‘แจ๊คกี้-เบ็คกี้’ ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องอนาคต และเรื่องที่ไม่ชอบเกี่ยวกับตัวเอง

แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย และเบ็คกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง สองหนุ่มสาวตัวแทนคนรุ่นใหม่กับบทบาท Friend of Zeekr รถพลังงานไฟฟ้า อนาคตอันรุ่งโรจน์ของโลกใบนี้ โดยในครั้งนี้แจ๊คกี้และเบ็คกี้นำเสนอรถรุ่น Zeekr X เอสยูวีขนาดกะทัดรันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองในยุคปัจจุบัน เพราะสามารถออกเดินทางได้ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน และการเดินทางออกสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ในคันเดียว ด้วยดีไซน์พรีเมียม-ลักชูรี Zeekr X เปรียบเสมือนการเปลี่ยนนิยามใหม่ของการขับขี่ ทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ ตัวถังที่ออกแบบมาอย่างประณีต และการดีไซน์ภายในที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
ความรู้สึกตอนที่รู้ว่าตัวเองได้รับเลือกเป็น Friend of Zeekr
แจ๊คกี้: ดีใจครับ เพราะว่าเป็นหนึ่งในความตั้งใจของตัวแจ๊คกี้เองที่อยากเป็นพรีเซนเตอร์รถ
เบ็คกี้: ดีใจเหมือนกันค่ะ เบ็ครู้สึกว่าการได้เป็น friend of anything ของแบรนด์ไหนก็ตาม มันเป็นความภูมิใจอันหนึ่งที่สูงมากของทุกคนแหละ คิดว่าอย่างนั้นนะคะ เพราะมันแปลว่าแบรนด์เหล่านั้นเชื่อมั่นในตัวเรามากๆ เลยว่าเราจะเป็นตัวแทนให้แบรนด์เขาได้ ก็ถือว่าดีใจ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เป็น Friend of Zeekr ขอบคุณมากๆ เลยที่เลือกเบ็คให้เป็น Friend of Zeekr ค่ะ
คิดเห็นอย่างไรเรื่องรถไฟฟ้าและอนาคตของพลังงานโดยรวม
แจ๊คกี้: เป็นเรื่องใหม่มากเลยครับ แต่ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อยากลองมานานแล้ว และพอได้มาลองขับ Zeekr ก็รู้สึกว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ เหมาะกับยุคสมัยนี้ เปิดแอร์นอนได้โดยไม่รู้สึกผิด
เบ็คกี้: เบ็คก็รู้สึกว่าใหม่เหมือนกัน และรู้สึกว่ารถไฟฟ้าเป็นอนาคตของพวกเรา ปัญหาจริงๆ ของโลกเราในตอนนี้ก็คือ global warming ใช่ไหมคะ ก็รู้สึกว่าการมีรถไฟฟ้ามันช่วยเรื่องลดการปล่อยคาร์บอนได้ รู้สึกว่าถ้าทุกคนเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าได้ทั้งหมด มันจะดีมาก มันจะช่วยให้โลกดีขึ้นได้จริงๆ ค่ะ
ถ้าเลือกได้ อยากจะย้อนดีตหรือไปอนาคตมากกว่ากัน เพราะอะไร
แจ๊คกี้: (ตอบทันที) ไปข้างหน้าสิครับ อดีตมันแก้ไขไม่ได้ มันทำให้เราเป็นเราในวันนี้ ก็เลยคิดว่าจะเลือกทำสิ่งที่ดีต่อไปในอนาคตมากกว่า จำสิ่งที่เรียนรู้ในอดีตมาเป็นบทเรียน
เบ็คกี้: เหมือนกันเลยค่ะ จะกลับไปในอดีตทำไม ในเมื่อมันเกิดขึ้นไปแล้ว จริงๆ คิดว่าจะโฟกัสกับปัจจุบัน มันก็จะทำให้อนาคตเราดีขึ้น
ก่อนเข้าวงการน่าจะมีความฝันอะไรกันไว้บ้างแน่ๆ มาจนถึงวันนี้ ความฝันในตอนนั้นกับความฝันในตอนนี้มันเหมือนหรือแตกต่างมากน้อยขนาดไหน หลังจากอยู่ในวงการกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว
เบ็คกี้: ตั้งแต่เด็ก เบ็คชอบวงการบันเทิงนะ ความฝันแรกเลยคืออยากเป็นนักร้อง แต่หลังๆ ได้มาเป็นนักแสดงเยอะกว่า แต่ถามว่าความฝันเดิมเปลี่ยนไปมั้ย ก็ยังไม่เปลี่ยน เพราะเรายังได้ทำสิ่งนี้ไปด้วยกัน แล้วก็ยังหวังว่าวันหนึ่งเราจะมีเพลงตัวเอง ก็ทำไปด้วยกันค่ะ
แจ๊คกี้: ก็รู้สึกว่าแตกต่าง ตอนเด็กๆ เราไม่ได้มองว่าตัวเองจะมาทำอะไรขนาดนี้ ตอนนี้แจ๊คกี้ลงมาทำเบื้องหลังเองด้วย ต้องออกไปหาทุนเอง อะไรเองทั้งหมดด้วย ก็เลยคิดว่าแตกต่างจากที่เคยคิดไว้เยอะมาก และเราเคยมองว่าเราจะเป็นศิลปินคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ใครสักคนที่คอยดูแลเรา ลงทุนให้เราไปตลอด แต่พอมาจนถึงวันนี้เรารู้สึกว่ามันแตกต่างมาก และเหนื่อยมากๆ ด้วย แต่ก็โอเคกับการตัดสินใจตรงนี้นะครับ
คิดว่าเสน่ห์ของตัวเองคืออะไร และมีนิสัยอะไรของตัวเองที่ไม่ชอบ และอยากจะแก้ไข
แจ๊คกี้: เสน่ห์ของตัวเองคืออะไรเหรอครับ แฟนคลับชอบเราเพราะเราเป็นคนตลก คือแจ๊คกี้เป็นคนตลกโดยธรรมชาติ (หัวเราะ)
เบ็คกี้: ก็นี่ไง (หัวเราะ) ของเบ็คกี้ก็คงเป็นรอยยิ้มมั้งคะ ทุกคนบอกว่ามันสดใส เหมือนสาดไฟใส่
แจ๊คกี้: ส่วนที่ไม่ชอบในตัวเองก็เยอะแยะไปหมดเลยครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น… คิดน้อยมั้งครับ คิดน้อยไปในบางเรื่อง ทำให้มันอาจจะไม่ได้ตัดสินใจได้รอบคอบขนาดนั้น เราต้องเป็นคนคิดเยอะขึ้นนิดหนึ่งในชีวิต แต่คิดมากไปก็ไม่ดี ต้องมีบาลานซ์
เบ็คกี้: ของเบ็คเป็นตรงข้ามเลยค่ะ เบ็คคิดมากไป (หัวเราะ) เป็นคนคิดมาก เก็บทุกอย่าง ทุกคำพูด ทุกสิ่งมาคิดเยอะน่ะ แต่ปีนี้ก็บอกตัวเองว่าจะปล่อยวางเยอะขึ้น เพราะมันก็ไม่ไหว เหมือนแบกอะไรเยอะแยะไปหมด มันไม่ดีสำหรับสุขภาพจิต ก็จะไม่คิดน้อยไป และจะไม่คิดมากไป มันต้องอยู่ตรงกลาง
แจ๊คกี้: ถ้าทำได้จะเก่งมากนะครับ
คำแนะนำที่ดีที่สุดที่เคยได้รับ และจำมาจนถึงวันนี้
แจ๊คกี้: คำแนะนำจากพี่วุธ (อนุวัติ วิเชียรณรัตน์) คนที่พาแจ๊คกี้เข้าวงการ พี่เค้าบอกว่า อย่ารอให้โอกาสเข้าหาตัวเอง อย่าปล่อยจนเกินไป ให้พยายามเข้าหาโอกาส มันมาจริงๆ และให้คิดเสียว่าวันนี้มันยังมีคนพร้อมจะก้าวข้ามเราเสมอ อย่ายอมแพ้ อย่าหยุดที่จะผลักดันตัวเอง และแจ๊คกี้ก็ทำแบบนั้นมาตลอด
เบ็คกี้: ของเบ็คเป็นคำพูดของคุณพ่อค่ะ ‘Tomorrow never comes, like it might not come.’ ทุกวันนี้ เราได้ใช้ชีวิต อยากทำอะไร อยากพูดอะไรก็ทำเลย เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาหรือเปล่า วันนี้อาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเราก็ได้ หรือคนคนนั้น ที่เราอยากจะบอกอะไรบางอย่าง อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ มันไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต อยากทำอะไรก็ทำเลย
แจ๊คกี้: ใช้ชีวิตทุกวันให้เต็มที่
ฝากผลงานที่กำลังจะเกิดขึ้นให้แฟนคลับติดตามหน่อย
เบ็คกี้: ตอนนี้มีซีรีส์ ‘Cranium – ปริศนาซากมรณะ’ ที่เล่นกับพี่ฟรีน ตอนนี้ดูไพล็อตได้แล้วค่ะ ตัวเต็มดูได้ราวๆ ปลายปี และก็มีหนังแน่นอนค่ะ แต่ยังพูดอะไรมากไม่ได้ และก็จะมีแฟนมีตที่จะไปหลายๆ ประเทศ แล้วก็มีซีรีส์อีกเรื่องที่ยังพูดไม่ได้ อยากให้แฟนๆ รอติดตาม ส่วนเรื่องแฟชั่นก็อยากให้แฟนๆ ติดตามเหมือนกัน เพราะจะมีอะไรดีๆ ประกาศภายในปีนี้ค่ะ
แจ็คกี้: ล่าสุดปล่อยเพลงออกมา เป็นเพลงพิเศษที่ปล่อยออกมาในช่วงวาเลนไทน์ ชื่อเพลงว่า ‘รักเอย ไปฟังกันได้ตอนนี้แล้ว มีภาพยนตร์เรื่องพนอ เพิ่งปล่อยไป ใกล้จะร้อยล้านแล้ว แล้วก็เดี๋ยวกำลังจะมีแพลนทำแฟนคอนของตัวเองครั้งแรก สเกลใหญ่อยู่ครับ คิดอยู่ว่าจะไหวหรือเปล่า อยากให้รอติดตาม และให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ ประมาณนี้ครับ
ช่างภาพ: Thanut Treeschanchacha
ผู้กำกับแฟชั่น: Daneenart Burakasikorn
นักเขียน: Pacharee Klinchoo
แต่งหน้าสำหรับ Jackie: Jiranat Tungpasalkij
ผมสำหรับแจ็กกี้: Pocket Phubantat
แต่งหน้าสำหรับ Becky: Jedsada Kanson
ผมสำหรับ Becky: Wipauk Kanda
ผู้ช่วยช่างภาพ: Patchharapol Ketsuwanvatana, Chudchpong Aumponrat, Suratham Thepphasut
ผู้ช่วยสไตลิสต์: Korawit Sattayapan, Noppamas Khomsom
ผู้ประสานงาน: Akeera Sasungnern
The post ชวนคุณคุยกับ ‘แจ๊คกี้-เบ็คกี้’ ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องอนาคต และเรื่องที่ไม่ชอบเกี่ยวกับตัวเอง appeared first on L’Officiel Thailand.